การนอนกรนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ประสิทธิภาพในการนอนนั้นลดลง จากผลสำรวจอาการนอนกรนจะเกิดขึ้นได้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งอาการนอนกรนเกิดจากหลายสาเหตุและจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบุคคล
การนอนกรน เป็นปัญหาของใครหลายๆ คน แล้ววิธี แก้นอนกรน แบบไหนได้ผลดีที่สุด คำตอบคือ ต้องทดลองทำแต่ละวิธี เพราะแต่ละคน ก็มีระดับการนอนกรนและสาเหตุต่างๆกันไป ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีแก้อาการนอนกรนมากมาย ดังนั้น วันนี้ PATEX มีวิธีแก้ไขอาการนอนกรนที่จะต้องปรับปรุงการนอนหลับและการหายใจในขณะนอน ที่จะทำให้หายกรนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์รักษาการนอนกรน
7 วิธีแก้อาการนอนกรน
1. ปรับเปลี่ยนท่านอน
การเปลี่ยนท่านอน จากที่เคยนอนหงาย ซึ่งเป็นท่าที่สะดวกกับการกรนมากที่สุด โดยการนอนหงายเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนอนกรนมากขึ้น เนื่องจากเพิ่มโอกาสที่กล้ามเนื้อภายในช่องปากหย่อนคล้อยจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ท่านอนที่แนะนำคือ ท่าตะแคง อาจจะนอนตะแคงพร้อมกับกอดหมอนข้างไปด้วยก็จะช่วยให้คุณอยู่ในท่านอนตะแคงได้นานขึ้น
2. ลดความอ้วน
ถ้าตอนนี้คุณเป็นคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานอยู่ แล้วพบว่าตัวเองนอนกรน ความอ้วนอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณนอนกรนก็ได้ เหตุผลที่คนอ้วนมีโอกาสเกิดอาการนอนกรนมากกว่าคนผอมเพราะ ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณช่องคอมีความหนาตัวขึ้น จึงค่อยๆปิดกั้นทางเดินหายใจ อากาศที่ผ่านได้บางส่วนทำให้อวัยวะภายในเกิดการสั่นสะเทือนเป็นเสียงกรนออกมาในที่สุด
3. งดดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง และสามารถส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนด้านหลังลำคอตึงเครียด เป็นการเพิ่มความเสี่ยงการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ ซึ่งนำไปสู่ภาวะนอนกรนในที่สุด
4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก่อนนอน
บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบการหายใจของเราผิดปกติไป ซึ่งไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ว่าบุหรี่มีเอี่ยวกับปัญหานอนกรนแน่ ๆ เป็นเพราะการสูบบุหรี่ทำให้เนื้อเยื่อทางเดินหายใจส่วนบนมีอาการบวมหรือเกิดอาการคัดจมูก ส่งผลให้หายใจติดขัดนำไปสู่อาการกรนในที่สุด
5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การโหมงานหนักหามรุ่งหามค่ำ หรือฝึกให้ตัวเองนอนน้อยจนชิน อาจทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายอ่อนล้าลงได้ เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนล้า และเกิดภาวะการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นที่มาของโรคนอนกรน
6. หลีกเลี่ยงยาบางชนิด
ยาบางประเภทมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง และมีผลต่อสมองไม่ต่างจากแอลกอฮอล์ เช่น ยานอนหลับ ยาระงับประสาท และยาแก้แพ้ชนิดง่วง เป็นต้น เพราะเสี่ยงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการนอนกรนตามมา
7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการนอนกรน ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
และนี่คือ 7 วิธีแก้อาการนอนกรนง่าย ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ น่าจะมีประโยชน์และช่วยให้คนที่เคยนอนกรนกลับมาหลับสนิทและนอนอย่างเป็นสุขได้เหมือนเดิม
อาการนอนกรนเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ และไม่ควรละเลยอาการนี้เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตได้ หากคุณมีอาการนอนกรนหรือคนในครอบครัวมีอาการนอนกรน ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนและการหายใจในขณะนอนให้ถูกต้อง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการนอนกรนในอนาคต







