เรื่องราวของ Patex ไม่ได้เริ่มต้นจากที่นอน และไม่ได้เริ่มต้นในปี 1971 เมื่อมีการก่อตั้ง บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น รากของเราเริ่มจากครอบครัวชาวปัตตานีที่ทำโรงสีข้าวริมคลองตุยง ก่อนจะค่อย ๆ เรียนรู้ เติบโต และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมยางพาราที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในภาคใต้
กว่า 75 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเปลี่ยนไปมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ใน Patex คือความเชื่อว่า วัตถุดิบจะมีคุณค่ามากขึ้นได้ด้วยความรู้ และความรู้นั้นต้องไม่หยุดอยู่ในตำรา แต่ต้องถูกนำมาทดลอง พัฒนา และสร้างเป็นสิ่งที่ใช้งานได้จริง
จากโปติ๊น แซ่ซิ้ม สู่ยุคของยางพาราปัตตานี
เรื่องราวเริ่มต้นจาก โปติ๊น แซ่ซิ้ม ผู้สร้างฐานของครอบครัวจากกิจการโรงสีข้าวริมคลองตุยง ในช่วงเวลาที่ข้าวยังเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจปัตตานี แต่โลกกำลังเปลี่ยน และเศรษฐกิจภาคใต้ก็เช่นกัน
เมื่อยางพาราขยายตัวมากขึ้น โรงสีเดิมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่กิจการยางเครปภายใต้ชื่อ “เคียนอัน” เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวเข้ามาสัมผัสกับยางพาราอย่างจริงจัง ก่อนที่คนรุ่นต่อมาจะพามันไปไกลกว่าการซื้อขายและแปรรูปวัตถุดิบขั้นต้น
คนนั้นคือ เต็กสุ่น แซ่ซิ้ม ซึ่งภายหลังใช้ชื่อว่า เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย
เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย และจุดเริ่มต้นของความรู้เรื่องยาง
เต็มสิทธิ์เคยศึกษาในสิงคโปร์ และสามารถใช้ภาษาไทย จีน และอังกฤษ ความสามารถด้านภาษาทำให้เขาเข้าถึงองค์ความรู้จากต่างประเทศได้ในยุคที่ความรู้ด้านเทคโนโลยียางในประเทศไทยยังมีจำกัด
หนังสืออย่าง Popular Mechanics วารสาร Rubber Age เอกสารจากสถาบันวิจัยยางในมลายา ตำราเคมียาง แค็ตตาล็อกเครื่องจักร และพิมพ์เขียวจำนวนมาก ถูกสั่งเข้ามาอ่านและศึกษา นอกจากนี้ เขายังเรียนทางไปรษณีย์กับ Gridley Research Institute ในสหรัฐอเมริกา ส่งแบบฝึกหัดข้ามประเทศไปกลับในยุคที่การเรียนรู้จากอีกซีกโลกไม่ง่ายเหมือนปัจจุบัน
แต่สิ่งสำคัญกว่า “การอ่าน” คือ เต็มสิทธิ์นำสิ่งที่อ่านมาทดลองจริง เขาทดลองทำน้ำยางข้นครั้งละประมาณ 20 ลิตรด้วย Creaming Agent และนำไปทดลองผลิตลูกโป่ง เมื่อยังไม่มีเครื่องจักรที่เหมาะสม ก็ทดลองประยุกต์เครื่องเหวี่ยงกะทิเพื่อศึกษาหลักการแยกน้ำยาง ก่อนจะสั่งเครื่อง McAlister จากประเทศอังกฤษเมื่อแน่ใจว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้จริง
จากนั้นมีการทดลองอีกมาก ตั้งแต่ Rubber Lining, Hydro Dipping, PVC Emulsion รองเท้าแตะ ลูกบอลยางฟองน้ำ ไปจนถึงการผลิต latex foam ด้วยกระบวนการ Dunlop เมื่อไม่มีเครื่องตีฟองน้ำยางโดยเฉพาะ เครื่องตีเค้กจึงถูกนำมาใช้ในการทดลอง
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กเมื่อมองจากวันนี้ แต่เป็นรากของวัฒนธรรมการทำงานแบบหนึ่งที่ยังอยู่กับ Patex คือ เรียนรู้ ทดลอง วัดผล แล้วพัฒนาต่อ
จากเต็กสุ่นพานิช สู่ปัตตานีอุตสาหกรรม
เต็มสิทธิ์เชื่อว่ายางพาราไทยไม่ควรจบลงเพียงการเป็นวัตถุดิบ เขามองเห็นโอกาสของการนำความรู้มาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น จึงเริ่มกิจการของตนเองในชื่อ “เต็กสุ่นพานิช” ก่อนที่เส้นทางดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่กิจการปัตตานีอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา
แต่เต็มสิทธิ์ไม่มีโอกาสเห็นความฝันทั้งหมดของตนเองสำเร็จ การจากไปอย่างกะทันหันทำให้ลูกชายต้องกลับมารับช่วงต่อ สิ่งที่คนรุ่นต่อมาได้รับจึงไม่ใช่เพียงกิจการ แต่รวมถึงหนังสือ สูตรการผลิต เอกสารการทดลอง เครื่องจักร และความรู้ที่สะสมมาตลอดชีวิตของพ่อ
ในปี พ.ศ. 2514 (1971) จึงเกิด บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด ขึ้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อสานต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติอย่างจริงจัง นี่คือจุดกำเนิดของบริษัทที่ต่อมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ Patex
จากโรงงานยางพาราปัตตานี สู่ Patex
ในช่วงเวลากว่าครึ่งศตวรรษหลังจากนั้น ปัตตานีอุตสาหกรรมผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางมาหลายรูปแบบ ก่อนที่ ที่นอนยางพาราและหมอนยางพารา Patex จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัท
สิ่งที่สืบทอดมาจากอดีตจึงไม่ใช่การทำสินค้าแบบเดิมซ้ำ ๆ แต่เป็นความเข้าใจใน ยางธรรมชาติ (Natural Rubber) ในฐานะวัสดุ
ตั้งแต่การเลือกและเตรียมน้ำยาง การปรับสูตร การสร้างโครงสร้างฟองยางด้วยกระบวนการ Dunlop การควบคุมความหนาแน่นและความแข็ง ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการรองรับร่างกาย ความรู้ด้านวัสดุที่สะสมมาหลายรุ่นยังคงเป็นพื้นฐานของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Patex ในปัจจุบัน และโรงงานของเรายังคงอยู่ที่ ปัตตานี สถานที่เดียวกับที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น
Legacy ของ Patex ไม่ใช่เพียงอายุของบริษัท
สำหรับธุรกิจครอบครัว การอยู่มานานเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่จำนวนปีเพียงอย่างเดียวไม่ได้อธิบายความหมายของคำว่า Legacy
จาก โปติ๊น แซ่ซิ้ม มาถึง เต็กสุ่น แซ่ซิ้ม หรือ เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย จากเต็กสุ่นพานิชสู่ บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด และจากโรงงานแปรรูปยางในปัตตานีมาสู่ Patex ในวันนี้ สิ่งที่เดินทางผ่านแต่ละรุ่นไม่ใช่เพียงชื่อบริษัทหรือทรัพย์สิน
แต่คือความเชื่อว่า ความรู้ต้องถูกส่งต่อ และในขณะเดียวกันก็ต้องถูกท้าทายด้วยความรู้ใหม่เสมอ
ครั้งหนึ่ง เต็มสิทธิ์ใช้เครื่องตีเค้กเพื่อค้นหาวิธีทำยางฟองน้ำ เพราะเครื่องจักรที่ต้องการยังไม่มีอยู่ตรงหน้า วันนี้เครื่องมือของเราเปลี่ยนไป เทคโนโลยีก้าวไปไกลกว่าเดิม และโจทย์ของผู้บริโภคก็ไม่เหมือนเมื่อ 75 ปีก่อน
แต่คำถามพื้นฐานยังคงเป็นคำถามเดิม เราจะใช้ความรู้ที่มี ทำให้ยางธรรมชาติเป็นวัสดุที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไร
สำหรับ Patex นี่อาจเป็นมรดกที่สำคัญที่สุดของเรา เพราะสิ่งที่เราได้รับจากคนรุ่นก่อน ไม่ใช่คำตอบ แต่คือการไม่หยุดตั้งคำถาม




