ยางพาราแท้ มีมาตรฐานรับรองหรือไม่?

คำว่า “ยางพาราแท้” ถูกใช้ในตลาดที่นอนและหมอนยางพาราทั่วโลกมานาน แต่ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ในระดับสากล แทบไม่มีมาตรฐานใดที่กำหนดชัดเจนว่า “ต้องมียางพาราแท้กี่เปอร์เซ็นต์” เพื่อจะเรียกผลิตภัณฑ์ว่าเป็นยางพาราแท้ได้

มาตรฐานหรือ certification ที่พบในตลาดโลกส่วนใหญ่ เช่น OEKO-TEX Standard 100, eco-Institut, หรือ LGA / TÜV จะเน้นตรวจสอบเรื่องอื่น เช่น

  • สารพิษตกค้าง (harmful substances)
  • การปล่อยสารระเหย (VOC)
  • ความปลอดภัยต่อผู้ใช้ โดยเฉพาะเด็ก
  • ความทนทานของผลิตภัณฑ์

กล่าวอีกอย่างคือ มาตรฐานเหล่านี้ตรวจสอบว่า สินค้า “ปลอดภัย” หรือไม่ แต่ ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นยางพาราแท้เท่าไร

มาตรฐานที่กำหนด “ความแท้ของยางพารา” มีจริงหรือไม่

ในโลกปัจจุบัน มีเพียงมาตรฐานของประเทศไทยเท่านั้น ที่กำหนดเรื่องนี้อย่างชัดเจน นั่นคือมาตรฐานอุตสาหกรรมไทย

  • มอก. 2741 – หมอนยางพารา
  • มอก. 2747 – ที่นอนยางพารา

เหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยกำหนดมาตรฐานลักษณะนี้ เพราะประเทศไทยเป็น ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ยางพาราจึงถือเป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ รัฐจึงต้องการปกป้องคุณค่าของคำว่า “ยางพารา” ไม่ให้ถูกใช้ในทางการตลาดโดยไม่มีความหมายจริง

การทดสอบ FTIR เพื่อพิสูจน์ว่ายางเป็น “Natural Rubber”

มาตรฐาน มอก. จึงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์หมอนและที่นอนยางพาราต้องผ่านการตรวจสอบด้วย FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy)

การทดสอบนี้สามารถแยกได้ว่าโพลิเมอร์ที่ใช้คือ Natural Rubber (cis-1,4-polyisoprene) หรือ Synthetic Rubber เช่น SBR

โดยเงื่อนไขของมาตรฐานกำหนดว่า ต้องมียางพาราธรรมชาติอย่างน้อย 90%

ข้อกำหนดนี้ทำให้

  • ไม่สามารถผสม ยางสังเคราะห์ในสัดส่วนสูง
  • ไม่สามารถใช้ synthetic latex foam แล้วเรียกว่าเป็นยางพาราได้

จึงถือเป็นมาตรฐานที่ควบคุม “ความแท้ของยางพารา” อย่างแท้จริง

มอก. ตรวจอะไรบ้าง นอกจากความแท้ของยาง

มาตรฐาน มอก. สำหรับหมอนและที่นอนยางพาราไม่ได้ตรวจเพียงองค์ประกอบของวัสดุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมหลายด้าน เช่น

  • ความทนทานของโฟม (durability / compression test)
  • สารระเหย VOC
  • สารอันตรายตกค้าง
  • กัมมันภาพรังสี (radioactivity)
  • ความสามารถในการติดตามแหล่งที่มา (traceability)

เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ขอบเขตการตรวจสอบของ มอก. จึงใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับมาตรฐานสากลอย่าง eco-Institut หรือ LGA และยังเพิ่มการตรวจสอบ ความเป็นยางธรรมชาติจริง เข้าไปด้วย

มาตรฐานสำคัญ แต่ไม่บังคับ

แม้มาตรฐาน มอก. จะเข้มงวดและครอบคลุมหลายด้าน แต่ในประเทศไทย ไม่ได้บังคับให้ผู้ผลิตต้องขอการรับรอง

จึงเป็น มาตรฐานแบบสมัครใจ (Voluntary Standard) ผู้ผลิตสามารถเลือกขอหรือไม่ขอก็ได้

อย่างไรก็ตาม การผ่านมาตรฐานนี้หมายถึงว่า

  • วัสดุเป็น ยางพาราธรรมชาติจริงในระดับสูง
  • ผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจสอบด้าน ความปลอดภัยและความทนทาน
  • มีระบบ ควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ

ความหมายของคำว่า “ยางพาราแท้”

เมื่อมองจากมุมมองของมาตรฐานอุตสาหกรรม คำว่า “ยางพาราแท้” จะมีความหมายชัดเจนที่สุดก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์สามารถผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กำหนดสัดส่วนของยางธรรมชาติจริง

และในปัจจุบัน มาตรฐานที่กำหนดเรื่องนี้อย่างเป็นระบบมีเพียง มาตรฐานอุตสาหกรรมไทย (มอก.) เท่านั้น

นั่นจึงทำให้ มอก. กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมยางพาราไทย ที่พยายามรักษาความหมายของคำว่า “Natural Latex” ให้ยังคงมีคุณค่าและความน่าเชื่อถือในตลาด.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และโฆษณา

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ Cookies ที่เราใช้งานได้แก่ Google Analytics และ Facebook Pixel

บันทึกการตั้งค่า