หากถามว่า Patex มาจากไหน คำตอบสั้นที่สุดคือ “ปัตตานี”
ไม่ใช่เพียงเพราะ บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด ตั้งโรงงานอยู่ที่นี่ แต่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ธุรกิจ และปัตตานี เริ่มต้นก่อนชื่อ Patex จะถือกำเนิดขึ้นเสียอีก ตั้งแต่โรงสีข้าวริมคลองตุยง การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยางพารา จนถึงโรงงานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติในวันนี้
ตลอดกว่า 75 ปี โลกของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปมาก โรงงานสามารถย้ายไปอยู่ใกล้ตลาด ใกล้ท่าเรือ หรือใกล้ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่าได้ แต่ Patex ยังคงผลิตอยู่ที่ปัตตานี
เพราะสำหรับเรา ปัตตานีไม่ใช่เพียงที่ตั้งของโรงงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราทำ
จากคลองตุยง เมื่อเศรษฐกิจปัตตานีเริ่มเปลี่ยน เรื่องราวของครอบครัวเริ่มจาก โปติ๊น แซ่ซิ้ม และกิจการโรงสีข้าวริมคลองตุยง ในยุคที่ข้าวยังเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่
ต่อมา เมื่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจภาคใต้เปลี่ยนไป ยางพารา ค่อย ๆ มีบทบาทมากขึ้น พื้นที่เพาะปลูกขยายตัว วัตถุดิบชนิดใหม่เข้ามาสร้างอาชีพและรายได้ให้กับผู้คนจำนวนมาก กิจการของครอบครัวก็เปลี่ยนตามไปด้วย
จากโรงสีข้าว สู่โรงงานยางเครป “เคียนอัน” และจากการซื้อขายหรือแปรรูปยางขั้นต้น ก็ค่อย ๆ เกิดคำถามใหม่ว่า หากยางพาราเป็นวัตถุดิบสำคัญของภาคใต้ เราจะทำอะไรกับมันได้มากกว่าการขายวัตถุดิบหรือไม่
คำถามนั้นกลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของ เต็กสุ่น แซ่ซิ้ม หรือ เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ต่อมากลายเป็นปัตตานีอุตสาหกรรมและ Patex
ทำไมโรงงานยางพาราจึงเกิดขึ้นที่ปัตตานี
สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ ยางธรรมชาติ (Natural Rubber) การอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบมีความหมายมากกว่าระยะทางบนแผนที่
ปัตตานีตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ปลูกยางของภาคใต้ วัตถุดิบสำคัญของโรงงานจึงไม่ได้เดินทางมาจากอีกฟากหนึ่งของประเทศ แต่ส่วนใหญ่สามารถจัดหาได้จากพื้นที่ในรัศมีไม่ไกลจากโรงงาน
ความใกล้นี้ทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างโรงงาน ผู้รวบรวมวัตถุดิบ และพื้นที่ผลิตยางที่ดำเนินต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานาน
แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ องค์ความรู้ การทำงานกับยางธรรมชาติไม่เหมือนการทำงานกับวัสดุสังเคราะห์ที่สามารถกำหนดคุณสมบัติจากโรงงานต้นทางให้เหมือนกันทุกครั้ง ยางพาราเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ คุณสมบัติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามแหล่งที่มา ฤดูกาล และสภาพของวัตถุดิบ
การอยู่กับมันนานพอ จึงทำให้เกิดความรู้ที่ไม่ได้อยู่เฉพาะในสูตรการผลิต แต่สะสมอยู่ในประสบการณ์ของคนทำงานด้วย
โรงงานไม่ได้อยู่เพียงในปัตตานี แต่เติบโตไปพร้อมกับคนปัตตานี
เมื่อ บริษัท ปัตตานีอุตสาหกรรม (1971) จำกัด ก่อตั้งขึ้น โรงงานไม่ได้เริ่มต้นด้วยขนาดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
กิจการค่อย ๆ เติบโต การผลิตเปลี่ยนแปลง เครื่องจักรใหม่เข้ามา ผลิตภัณฑ์บางชนิดหายไป และผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดขึ้น
สิ่งหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมกันคือคน
ความรู้จำนวนมากในโรงงานเกิดจากการส่งต่อระหว่างคนทำงาน จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง ตั้งแต่การเตรียมน้ำยาง การผสม การสร้างฟอง การขึ้นรูป การอบ การล้าง ไปจนถึงการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนออกจากโรงงาน
เครื่องจักรสามารถซื้อใหม่ได้ แต่ประสบการณ์ที่ทำให้รู้ว่าวัตถุดิบวันนี้แตกต่างจากเมื่อวานอย่างไร หรือเมื่อกระบวนการเริ่มผิดปกติควรตรวจสอบตรงไหนก่อน เป็นสิ่งที่ต้องสร้างด้วยเวลา
เมื่อบริษัทอยู่ในพื้นที่เดิมมาหลายสิบปี ความสัมพันธ์ระหว่าง “สถานที่” กับ “ความรู้” จึงแยกออกจากกันได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ
จากแหล่งยางพารา สู่การสร้างมูลค่าในพื้นที่
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายสำคัญของโลก แต่การมีวัตถุดิบจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่ามูลค่าทั้งหมดจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ผลิตวัตถุดิบนั้น
หากยางถูกส่งออกในรูปวัตถุดิบ มูลค่าจำนวนหนึ่งก็เดินทางออกไปพร้อมกับมัน
แนวคิดที่ส่งต่อมาตั้งแต่รุ่น เต็มสิทธิ์ นิธิอุทัย จึงเรียบง่ายมาก คือ หากเรามียางอยู่ที่นี่ เราควรเรียนรู้ที่จะทำอะไรกับมันให้มากขึ้น
จากยางเครปสู่น้ำยางข้น จากการทดลองลูกโป่ง รองเท้าแตะ และยางฟองน้ำ สู่การพัฒนา Latex Foam ด้วยกระบวนการ Dunlop และต่อมาเป็นหมอนและที่นอนยางพารา
ทุกขั้นที่เพิ่มขึ้น หมายถึงความรู้และกระบวนการผลิตที่เพิ่มขึ้นก่อนวัตถุดิบจะออกจากปัตตานี
สำหรับ Patex นี่คือความหมายของคำว่า การเพิ่มมูลค่ายางพาราในท้องถิ่น ที่เป็นรูปธรรมที่สุด ไม่ใช่เพียงทำให้ยางหนึ่งกิโลกรัมมีราคาสูงขึ้น แต่ทำให้เกิดความรู้ ทักษะ งาน และความสามารถในการผลิตอยู่ในพื้นที่ด้วย
ปัตตานีกับความยั่งยืนของ Patex
การอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบยังทำให้เรากลับมาตั้งคำถามกับการผลิตในอีกมิติหนึ่ง
หากเราเลือกผลิตที่นี่มาหลายสิบปี เราจะทำอย่างไรให้โรงงานอยู่ร่วมกับพื้นที่ได้ดีขึ้น
Patex จึงค่อย ๆ ปรับกระบวนการผลิตในหลายด้าน ตั้งแต่การใช้ biomass ในการผลิตไอน้ำ การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงการนำเศษยางจากกระบวนการผลิตกลับมาพัฒนาเป็นวัสดุ PureAgglo แทนการมองเศษวัสดุเหล่านั้นเป็นเพียงของเสีย
แนวคิดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การผลิตไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเราไม่ต้องการอ้างเช่นนั้น
แต่ทำให้โจทย์ของโรงงานเปลี่ยนจากเพียง “จะผลิตได้มากเท่าไร” ไปสู่ “จะผลิตอย่างไรโดยใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าขึ้น”
สำหรับโรงงานที่ตั้งใจจะอยู่ในพื้นที่เดิมไปอีกนาน คำถามนี้สำคัญขึ้นทุกปี
ทำไม Patex ยังอยู่ที่ปัตตานี
ตลาดสำคัญของ Patex วันนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะภาคใต้ ผลิตภัณฑ์ของเราถูกส่งไปทั่วประเทศและต่างประเทศ ขณะที่หน้าร้านสำคัญอยู่ห่างจากโรงงานหลายร้อยกิโลเมตร
ในทางธุรกิจจึงมีเหตุผลมากมายที่จะถามว่า ทำไมต้องผลิตอยู่ที่ปัตตานี
คำตอบของเราอาจอยู่ในประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่เล่ามา
เพราะที่นี่มีวัตถุดิบ มีคน มีความรู้ที่สะสมมาหลายรุ่น และมีความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถย้ายตามเครื่องจักรไปได้ทั้งหมด
กว่า 75 ปีที่ผ่านมา Patex เปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง และคงต้องเปลี่ยนอีกมากในอนาคต
แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อยากให้เปลี่ยน คือการที่มูลค่าบางส่วนจากยางพาราที่เติบโตในภาคใต้ สามารถถูกสร้างขึ้นที่นี่ ก่อนจะเดินทางออกไปสู่ผู้ใช้ในที่ต่าง ๆ
Patex จึงไม่ได้เพียงมีโรงงานอยู่ที่ปัตตานี เราเติบโตมาจากปัตตานี และตั้งใจให้การเติบโตของเรายังคงมีความหมายกับบ้านของเรา




